วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

Term 2 :PROGRAME 2 { SHOP HOUSE }

       สวัสดีค่ะ  อันนี้เป็นชิ้นงานที่สองของเทอมนี้เเล้ว  ความยากของงานนั้นมีเพิ่มขึ้นเเละ


ก็ซับซ้อนมากขึ้นค่ะ จากงานเเรกที่เราต้องวิเคราะห์เเค่ พื้นที่ใช้สอย พฤติกรรม เเละก็


ข้อจำกัดเรื่องน้ำท่วม คราวนี้เราต้องวิเคราะห์ถึงที่ตั้งโครงการ พฤติกรรมความต้องการ 


กิจกรรมของผู้ใช้(คือตัวเราเเละลูกจ้าง) รวมถึงลูกค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ ซึ่งมันจะส่งผล


ต่อการออกเเบบที่พักอาศัยของเราค่ะ     เเค่เห็นเท่านี้ก็น่สนใจเเล้วใช่มั้ยคะ


เรามาดูโจทย์ของงานนี้กันดีกว่าค่ะ :)


        SHOP HOUSE โปรแกรมออกแบบโครงการที่เหมาะสมกับผู้ใช้ที่กำหนด 


และมีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ตั้งโครงการ โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูล 


สังเคราะห์ และตั้งสมมติฐาน เพื่อเป็นนวทางในการออกแบบและจัดองค์ประกอบ 


ที่คำนึงถึงความสัมพันธ์ของพื้นที่ว่างภายใน พื้นที่กึ่งภายนอก และพื้นที่ว่างภายนอก

อาคาร รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมและลำดับการเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ 


ทั้งนี้เพื่อฝึกทักษะการแบ่งเขตพื้นที่ใช้สอย และการจัดความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้


สอยโดยใช้แผนภูมิฟองสบู่หรือแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้สอยได้



     สำหรับการวิเคราะห์ ต้องวิเคราะห์ถึง ที่ตั้งโครงการ พฤติกรรมความต้องการ 


กิจกรรมของผู้ใช้โครงการทั้งผู้อาศัย(ตัวนิสิตและตัวลูกจ้างหรือหุ้นส่วน) และ


ลูกค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการออกแบบที่พักอาศัยซึ่งใช้ประกอบธุรกิจ


ส่วนตัวของนิสิตในที่ตั้งโครงการที่ได้กำหนดให้ ทั้งนี้นิสิตกำหนดรูปแบบของ


ธุรกิจที่คิดว่าเหมาะสม โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ผู้ใช้และความสอดคล้อง


กับสภาพแวดล้อมที่ตั้งของโครงการ ธุรกิจดังกล่าวจะต้องใช้ผู้ดำเนินกิจการเพียง


 2 คนเท่านั้น กำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวมีพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 120 ตารางเมตร 


โดยมีพื้นที่ต่างๆดังนี้

-ห้องนอนสำหรับเจ้าของร้าน            1 ห้อง


-ห้องนอนสำหรับลูกจ้างหรือหุ้นส่วน 1 ห้อง


-ห้องน้ำสำหรับผู้พักอาศัย                 1 ห้อง


-ห้องน้ำสำหรับลูกค้า                        1 ห้อง


-พื้นที่เตรียมอาหารสำหรับผู้พักอาศัย


-พื้นที่ที่จำเป็นสำหรับประกอบธุรกิจ หรือร้านค้า

ซึ่งการออกแบบดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคาร*

พื้นที่ว่างส่วนที่เหลือภายในที่ตั้งโครงการสามารถปรับปรุงได้ตามความเหมาะสม 



เช่น การปรับพื้นที่ การจัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มเติม แต่ทั้งนี้หากพื้นที่ดังกล่าวถูกนำ


มาใช้ในการประกอบธุรกิจ จะต้องคิดพื้นที่ส่วนนั้นรวมอยู่ในพื้นที่ใช้สอยด้วย

   โดยนำเสนอผลงานออกแบบประกอบด้วย


บทวิเคราะห์ (ผู้ใช้โครงการ ที่ตั้งโครงการ แนวคิดในการออกแบบ และแผนภาพ



แสดงการวิเคราะห์)



งานออกแบบ


-ผังบริเวณ แสดงการจัดพื้นที่โครงการและบริบทโดยรอบ พร้อมแสดงการวิเคราะห์ที่ตั้งโครงการ


-ผังพื้นทุกชั้น แสดงเฟอร์นิเจอร์และสภาพแวดล้อมภายในโครงการ


-ผังหลังคา


-รูปด้าน 2 ด้าน


-รูปตัดอย่างน้อย 1 ด้าน


-ทัศนียภาพภายนอกและภายในอย่างละ 1 ภาพ


ปล.ใช้เทคนิคการนำเสนอได้ตามความถนัด


หุ่นจำลอง


....เห็นเเล้วคงรู้สึกได้ว่าหนักกว่างานเเรกมากๆเลยค่ะ  ทั้งเพจ ทั้งดีเทลงาน 


...เห็นเเล้วเเอบเครียดเล็กๆค่ะ 555 .....มาดูผลงานเราดีกว่าค่ะ 


เราทำร้านขนมไทยชื่อว่า "คำหวาน"ค่ะ ชื่อน่ารักมั้ยคะ 555


เนื่องจากตัวไซต์งานอยู่บริเวณหลังK-ZY (ตรงข้ามประตูงาม3 ม.เกษตรศาสตร์)


ซึ่งบริเวณนั้นจะมีหอพักของนิสิตเยอะมากค่ะ  เราเลยคิดว่าการทำร้านขนมนั้นน่า


จะตอบโจทย์กับไซต์ค่ะ




คอนเซปของงาน วิถีไทยในอดีต โดยตัวฟอร์มของร้านนั้นเป็นการนำเรือนไทย


มาประยุกต์ ในลักษณะเด่นของบ้านเรือนไทยคือ ใต้ถุนบ้าน ทำให้บ้านมีความโล่งโปร่ง


 ลมถ่ายเท  มีชานบ้าน เป็นตัวเชื่อมต่อเรือน เเล้วก็หลังคาที่มีความชันมากจะทำให้


ระบายอากาศได้ดีเเละบ้านไม่ร้อนค่ะ


เพลต




















Site analysis & Site plan
Concept &Diagram & วิเคราะการใช้พื้นที่
1 Floor Plan
2 Floor Plan

Perspective


โมเดล




ส่วนWorkshop

บันไดขึ้นชั้นสิองในโซนเซมิไพรเวท 
(เเบ่งโดยการเล่นระดับ)

ส่วนนั่งรีบประทานที่ร้าน 
(นั่งกับพื้น)

บริเวณชานพัก(ชั้นสอง)

ระเบียงของเจ้าของร้าน

โซนร้านค้า

มองเห็นโครงสร้าง

มองจากมุมสูงเห็นหลังคา


หมดเเล้วล่ะค่ะ โดยส่วยตัวเราชอบงานนี้มากๆค่ะ  ก่อนอื่นต้องขอบคุณคำชี้เเนะดีๆ


จากอ.นุชที่ให้เเนวคิดต่างๆ  ฝึกให้คิด เเละค้นคว้าหาข้อมูล จนงานนี้ผ่านไปด้วยดีค่ะ :D

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

EXCURSIONS @ BACC :D

   โปรแกรมนี้ต้องการให้นิสิตไปทัศนศึกษา เพื่อวิเคราะห์ชิ้นงานศิลปะ หรือผลงานออกแบบนิเทศศิลป์ หรือผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน หรืองานสถาปัตยกรรม เพื่อทำการนำเสนอข้อมูล โดยสรุปผลการวิเคราะห์ การจัดองค์ประกอบ ทฤษฎีสี การสื่อความหมาย รูปร่าง รูปทรง และที่ว่าง การออกแบบแสง นำเสนอผลงานในชั้นเรียน

ให้เลือกสถานที่ทัศนศึกษาด้วยตัวเอง คือ
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
พิพิธภัณฑ์วีอาร์ คิง พาวเวอร์คอมเพล็กซ์ (VR Museum)

 

สถานที่ทัศนศึกษา : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ผลงานที่เราเลือกคือ...


 



การสร้างสรรค์งานนามธรรมจากรูปทรงมนุษย์ (Human Figure Form)
     การศึกษาศิลปะจากธรรมชาติและงานแบบเหมือนจริง (Realistic) จากการปั้นรูปตามต้นแบบรูปทรงมนุษย์
เป็นการศึกษาประติมากรรมขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรการเรียนการสอนของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ซึ่งวาง
รากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ให้กับประเทศไทย เมื่อประติมากรต้องการสร้างสรรค์งานในรูปแบบนามธรรม
ก็มักเริ่มต้นจากรูปทรงมนุษย์ซึ่งเป็นรูปทรงพื้นฐานเพื่อที่จะนำประติมากรไปสู่การสร้างสรรค์รูปทรงในรูปแบบ
อื่นๆ ต่อไป ในระยะแรกของการสร้างสรรค์งานนามธรรม รูปแบบของผลงานที่ปรากฏส่วนใหญ่จึงเป็นการสร้าง
รูปคนแนวใหม่จากวิธีการลดทอน
    ผลงานประติมากรรม กลุ่ม (2508) ของ ชำเรือง วิเชียรเขตต์  เริ่มต้นจากการสร้างรูปทรงมนุษย์สามสี่คนยืน
เกาะกลุ่มกัน


     เสียดายที่ตัวงานเราไม่ได้คืนล่ะ  สงสัยว่าน่าจะอยู่ที่สตูดิโอที่คณะ
ไม่ก็คงถูกทำลายทิ้งไปเเล้ว...เสียดายมากๆ ถ้าหางานเจอจะเอามาลงนะ :)

          

Program 6.1 { รูปทรงและที่ว่างแห่งอิริยาบท }

 

   โปรแกรมที่ 6.1ให้จัดกลุ่มทำงานคู่ เพื่อศึกษาและทดลองถึงคุณสมบััติวัสดุ ถึงศักยภาพและขีดจำกัด เพื่อใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างรูปทรงและที่ว่าง 3 มิติ (ที่สามารถคงรูปได้) โดยใช้เทคนิคการขึ้นรูปทรงและที่ว่าง อย่างน้อย 2 ชนิดและอย่างละ 2 เทคนิค
งานนี้เป็นงานคู่  เราได้คู่กับเน  ณัฐยา รุจิรดำรงค์ชัย 
ตรวจงานครั้งที่ 1วัสดุที่เลือกใช้  1 : กระดาษเเกนทิชชู่
คุณสมบัติ       : เป็นแผ่น สามารถม้วนขดได้ในระดับหนึ่ง
ข้อเสีย           : ทำเเล้วเป็นระนาบเดียวไม่สามารถก่อเป็นรูปทรงสามมิติได้
เทคนิค           : ขด เเละใช้กาว


วัสดุที่เลือกใช้  2  : ลวด
คุณสมบัติ       : เป็นเส้น สามารถม้วนหรือพับได้ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถคง
               ตัวอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง
ข้อเสีย         :  ไม่เเข็งเเรง เชื่อมกันยาก
เทคนิค         : ม้วน สอด พัน ขด
คำแนะนำจากอาจารย์  อยากให้งานสามารถคงรูปอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง
               เเละไม่ใช้กาว

หลังจากการตรวจงานครั้งเเรก  เราก็ได้ทำการทดลองดังนี้ !!

จากการทดลองของศุภจิต กับณัฐยา จากลวด > ไม้ไอติม > เเกนทิชชู่ หลอด
กระดาษร้อยปอนด์> สายน้ำเกลือ+สีผสมอาหาร >สายออกซิเจน> เชือกฟาง
 >>สันกระดูกงู !!!    เเละเเล้ว  เราก็ได้หาวัสดุที่จะทำงานไฟนอลใหม่คือ
 สันกระดูกงู...ที่เกิดจากความบังเอิญ ของเนที่ไปตัดสันกระดูกงูเล่น เเล้วได้
เห็นลักษณะการเป็นห่วง เป็นวงของมันที่มีความน่าสนใจ

 
อันนี้ลองมาเรียงดู                                                                 ลองเอามาเกี่ยวกันดูบ้าง


กองทัพสันห่วง !!

ตรวจงานครั้งที่2วัสดุที่เลือกใช้   : สันกระดูกงู
เทคนิค      : การเกี่ยว  เเละใช้กาว
บรรยาย :    ติดกาวระหว่างห่วงสีดำ เเล้วเอาห่วงสีขาวมาเกี่ยว


คำแนะนำจากอาจารย์ : วัสดุมันดูโดดจากงานที่เเล้ว(ถึงเเม้วะใช้พวกความโค้ง
ของมันก็ตาม) เเละก็อยากให้งานอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง  เเละอยากให้งานสื่อกลับ
ไปสู่สันกระดูกงูเเบบเเท่ง(เหมือนว่าอยากให้เห็นภาพของกระดูกงูจริงๆ )


ตรวจงานครั้งสุดท้ายวัสดุที่เลือกใช้   : สันกระดูกงู
เทคนิค            : การเกี่ยว การบาก เเละใช้กาว





 การบาก




การเกี่ยว




บรรยาย : เเนวคิดมาจากรูปทรงของใบไม้




คำแนะนำจากอาจารย์ : อ.ได้เเนะนำว่างานยังดูไม่ครอบคลุม ในการเป็น
ที่ว่างสามมิติอีกทั้งการใช้ทั้งเเท่งสันกระดูกงูทำให้งานดูโดดๆ เเละ
กระใช้สีดูลายตา

      งานนี้เป็นการที่ทำค่อนข้างนาน เพราะต้องใช้กาวให้น้อยที่สุด จึงต้อง
ใช้การบากเเทน เเต่ก็ต้องพบอุปสรรคคือพอถึงตรงสูงๆ งานจะพังลงมา
ทันที ;w;  อีกทั้งมันไม่สามารถคงตัวอยู่ได้อีก จึงต้องใช้สันกระดูกงูทั้ง
เเท่งมาดามงานล่ะ =   =





Program 5.2 { Meaning/Open Form/Lighting }

 

   โปรแกรมที่ 5.2 ให้ออกแบบรูปทรงเปิด โดยศึกษาวิเคราะห์จากรูปทรงธรรมชาติและรูปทรงเปิด เพื่อนำไปใช้สอยเป็นโคมไฟ พัฒนาจากงานโปรแกรม 5.1 มาลดทอนรายละเอียด แต่ยังคงสื่อความหมายทั้งด้านนามธรรมและรูปธรรม
สวัสดีค่า...วันนี้เรานำผลงานที่ทำต่อจาก 5.1 มาลงค่ะ :)
เมื่อน้องปักเป้าเป็นโคมไฟ > <

(ตอนเปิดไฟ)

(ตอนไม่เปิดไฟ)

        ยังคงคอนเซปเป็นหกเหลี่ยมเเละมีหนาม เป็นโคมไฟตั้งโต๊ะที่ทำมาจากกระดาษร้อยปอนด์ เเละกระดาษชานอ้อย  โดยจะเจาะช่องหกเหลี่ยมบางช่อง เเละนำบางช่อง ที่เจาะนั้นเอากระดาษไขมาเเปะไว้เพื่อไม่ให้เเสงออกมามากเกินไปค่ะ เเละ ตรงหนามบางหนามจะเจาะ ให้เป็นจังหวะเเบบ 5.1

       งานนี้เราถูกใจในระดับหนึ่ง เเต่หลายๆคนบอกว่ามันเหมือนลูกบอล ไม่ก็ลูกระเบิดล่ะ ;w;

PROGRAM:5.1 Natural from / Meaning & Technique

    รูปทรงธรรมชาติ / ความหมายและเทคนิคการสื่อความหมาย
    (NATURAL FROM / MEANING & TECHNIQUE)



  ให้นิสิตทำความเข้าใจสิ่งมีชีวิต หรือรูปทรงธรรมชาติ 1 ชนิดที่สนใจ แล้วนำมาลดทอนรูป
แบบในส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด ที่สามารถอ้างอิงคุณสมบัติ หรือเอกลักษณ์สิ่งมีชีวิตนั้นๆ
เพื่อนำไปพัฒนาเป็นผลงาน 3 มิติต่อไป


สิ่งมีชีวิตต้นแบบ : ปลาปักเป้า

ลักษณะทางกายภาพ : ลวดลาย -  มีลายจุดเป็นจังหวะ
               ผิวสัมผัส - ลื่น เเละนิ่ม
               สีสัน  - สีเเหลือง เหลืองน้ำตาล
               ลักษณะเด่น - การพองตัว ลวดลายบนตัว

นิสัย : เมื่อเจอผู้ล่าจะมีลักษณะพองตัวเเละมีหนามเเหลมโดยรอบเพื่อป้องกันตัว

           สวัสดีค่า... ครั่้งนี้เรากลับมาพร้อมกับงานชิ้นใหม่....น้องปักเป้าค่ะ :)
สาเหตุที่เราเลือกปลาปักเป้า คือ....เราชอบมันตอนพองลมมากๆ ดูมีเอกลักษณ์ดี
งานนี้เราต้องลดทอนองค์ประกอบงาน....มาดูผลงานของเราดีกว่าค่
                                                    



     อันนี้มีเเรงบันดาลใจมาจากการพองตัวของปลาปักเป้า โดยเราจะเจาะช่องหกเหลี่ยมให้ เห็นที่ว่างภายใน เพื่อให้เห็นว่าข้างในนั้นมี กล่อง สี่เหลี่ยม เพื่อเเสดงถึง กระเพาะของปักเป้า
     หลักการพองลมของปลาปักเป้าคือมันจะสูบ น้ำ เเละอากาศเข้าไปในตัว เเล้วกระเพาะจะขยาย ตัวปลาจึงพองตัวตามค่า 0o0



  

      อันนี้เราได้ลดรายละเอียดของลวดลายบนตัวปัก จะเห็นว่าลวดลายนั้นเป็นจังหวะค่ะ

    จากการทำงานชิ้นนี้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับปลาปักเป้ามากขึ้นมากๆ ไม่ว่าเเหล่งที่อยู่
ลักษณะทางกายภาพนอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้การลดทอนองค์ประกอบเป็นรูปทรงเรขาคณิตมากขึ้นค่ะ :3


วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

PROGRAM:3.2 Color & Modern Art

 
     เพื่อให้นิสิตเข้าใจในเรื่อวทฤษฎีสี การสร้างผลงานศิลปะยุคสมัยต่างๆของศิลปะ
สมัยใหม่ (Modern Art ) โดยใช้เทคนิค IMPRESSIONISM และ CUBISM
และสื่อความหมายเป็นผลงานศิลปะ 2 มิติได้ โดยมีต้นแบบมาจากปฎิบัติการ 2

    จำสถาปนิกต้นเเบบของเราได้มั้ย 555 ...เดี๋ยวเราจะบอกให้นะ


Nicholas   Grimshaw ค่ะ

        เเนวทางศิลปะ  : Cubism
   เเนวความคิด  : การให้รูปทรงหกเหลี่ยมพุ่งออกมา

         เเนวทางศิลปะ : Impressionism
    เเนวความคิด :  นำภาพต้นฉบับมาวาดผสมจินตนาการ

      งานนี้สำหรับเราถือว่าออกมาได้ไม่ดี ทั้งการระบายสี เเละ การจัดองค์ประกอบ อีกที้งเรายังไม่เข้าใจเเนวทางศิลปะ อิมเพรสชั่นนิส เเละ คิวบิสซิ่มซักเท่าไหร่...เเต่ตอนนี้เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมเเล้วค่ะ
   

PROGRAM:3.1 The Meaning of Nature's Colors

สีของสรรพสิ่งในธรรมชาติ THE MEANING OF NATURE'S COLORS

      เพื่อให้นิสิตเข้าใจถึงเรื่อง ทฤษฎีสี เทคนิคน้ำหนักความสว่างของสี(Lightness-color Value)เทคนิคการลดความสดของสี (Saturation-intensity) โดยให้นิสิตออกแบบงานทัศนศิลป์ 2 มิติ เลือกใช้สีตามทฤษฎีโครงสี (Color Scheme) คู่กับเทคนิคน้ำหนักความสว่างของสี (Color Value) หรือเทคนิคการลดความสดของสี (intensity) อย่างใดอย่างหนึ่ง มีลำดับการไล่สี 5 ลำดับเป็นอย่างน้อย



          ภาพนี้มีเเนวความคิดมาจาก ท้องฟ้ายามค่ำคืน เเละเถาวัลย์ เราเลือกใช้ทฤษฎีโครงสีแบบ  Lightness-color value เเละ ทฤษฎีโครงสีเเบบTriadeคือไล่โทนท้องฟ้า เเละ เถาวัลย์ค่ะ 
                

         งานนี้ถือเป็นงานที่ใช้สีครั้งเเเรกเลยล่ะตั้งเเต่อ.ได้สั่งงานมา  ตอนเเรกก็ตื่นเต้นเเละกังวลนิดหน่อย เพราะเราเป็นคนที่ไม่ถูกกับการใช้สีเปียกๆ อย่างรุนเเรง งานจึงออกไม่ดีเท่าที่ควร ก็ต้องค่อยฝึกไป ก็จะพยายามต่อไปค่ะ ..